ความรู้ ความคิด ไมตรีจิต ความดี ของ ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
Saturday, November 26, 2011
การวางแผน “จัดลำดับความสำคัญ”
Thursday, May 12, 2011
Professor Kriengsak Chareonwongsak ความจากใจ
ศาสตราจารย์ ดร. เกรียงศํกดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ หมายเลข 2
กับ ความจากใจ Dr.Dan Cando ถึงประชาชน
ศาสตราจารย์ ดร. เกรียงศํกดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นำเสนอทางแก้ และ แก้ได้จริง โดย หลักการสร้างเมืองด้วยปัญญา
Professor Kriengsak Chareonwongsak Grafiti
การแก้ไขปัญหา ด้วยการการด้วยปัญญา เปลี่ยนสิ่งที่ไม่มีใครต้องการ เป็น ศิลปะ
นำแสดงทางแก้ และ แก้ได้จริง โดย หลักการสร้างเมืองด้วยปัญญา ศาสตราจารย์ ดร. เกรียงศํกดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ผู้สมัคร หมายเลข 2
Monday, April 18, 2011
professor kriengsak chareonwongsak news change
แนว concept และ ความคิดของ professor kriengsak chareonwongsak สร้างเมืองด้วยปัญญา เพื่อกรุงเทพที่น่าอยู่ และ ดี
Sunday, August 15, 2010
สร้างเมืองด้วยปัญญา ทำได้อย่างไร
![]() |
| professor kriengsak chareonwongsak |
ด้วยการนำเสนอ Idea : 2020 กรุงเทพในอีก 12 ปีข้างหน้า
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์เจริญศักดิ์ กับ Slowcan "DR.DAN can do.... สร้างเมือง ด้วยปัญญา"
ทั้งปัญหาเรื่องของความเป็นอยู่ การครองชีพ ปัญหาสังคม ปัญหาอาชญากร ปัญหาของคนวัยเด็ก วัยทำงาน รวมไปจนถึงปัญหาของวัยเกษียณที่จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคุณจากปัจจุบัน ปัญหาความเสื่อมโทรม ปัญหาการจราจร ปัญหาสิ่งแวดล้อม และอีกมายมาย และเรานี่เองคือคนที่จะต้องอยู่เผชิญกับปัญหาเหล่านั้นในอนาคตที่ว่า.... -_______-*
โดยสรุปปัญหาต่างๆ เหล่านี้ จำเป็นที่จะต้องมีคนที่เข้าใจ และเตรียมพร้อมการวางแผนเพื่อรับมือด้วยวิธีการที่ถูกต้องเท่านั้น ท่านนำเสนอตัวท่านเองเป็นตัวเลือกในการเข้ามาวางแนวทางต่างๆ ตั้งแต่วันนี้ เพื่อลดปัญหาในอนาคตเหล่านั้น ด้วยนโยบายในส่วนต่างๆ ที่น่าชื่นชม และเป็นนโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ เหล่านั้นได้ เพียงแค่วันนี้คนกรุงเทพฯ จะมองเห็นและเข้าใจปัญหาต่างๆ เหล่านั้น และให้ความไว้วางใจท่าน ให้โอกาสให้ท่านและทีมงานได้เข้ามาพิสูจน์ตัวเอง และได้มีโอกาสผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้เกิดขึ้น
"ใช้ “ปัญญา” สร้างเมือง มิใช่การขายนโยบายโดนใจให้คนเลือกเราไปทำหน้าที่ แต่ให้คนกรุงเทพฯทุกคนเห็นว่า เมื่อเลือกผู้ที่จะนำนโยบายเหล่านี้ไปทำอนาคตกรุงเทพฯในรุ่นอายุเรานี้ รวมทั้งสิ่งที่จะเหลือเป็นมรดกไว้ให้ลูกหลานของพวกเขานั้นจะอยู่ในสภาพเช่นไร.."
ในเบื้องต้นส่วนตัวของตัวเอง ไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับบุคคลท่านนี้มากนัก
แต่หลังจากคืนนั้น ก็ได้ลองหาข้อมูลของ ดร.ท่านนี้ ข้อมูลความสำเร็จในหลายๆ อย่าง ความคิดและแนวทางต่างๆ ผลงานที่มีในอดีตฯ โดยคร่าวๆ เห็นแล้วค่ะว่าตัวเองน่าจะลองให้โอกาสใครได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงเมืองหลวงของเราให้เดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ตามความคิดและแนวนโยบายที่ถูกต้องเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ในอนาคตต่อไปข้างหน้าของเราและลูกหลานชาว กทม.
ที่สำคัญงานนี้ ไม่การพูดพาดพิงใคร ยกตนดีข่มคนอื่นด้อย กล่าวหาผู้อื่น หรือตำหนิติเตียนใคร อย่างที่เราเคยคุ้นกับสภาวะปกติของการหาเสียงเหมือนเช่นเคยค่ะ แค่การนำเสนอข้อมูล และวิธีการแก้ไขปัญหา การวางแผน นำเสนอนโยบาย และชี้ให้เราตระหนักกับปัญหาที่กำลังถาโถมเข้ามา และเสนอตนเองเพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะป้องกันและบรรเทาปัญหาต่างๆ เหล่านั้น.. นี่ละ ที่ทำให้รู้สึกดีค่ะ
วิสัยทัศน์ที่ดี กับผู้นำที่ดี และนโยบายที่จับต้องได้ เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของทุกท่าน
ใคร..จะเป็นผู้ว่า กทม.คนต่อไป..ท่านเป็นผู้เลือกให้ตัวท่านเองค่ะ
ตัวเรา...รู้แล้วค่ะ ว่าคนนั้นเป็นใคร..
"กรุงเทพฯ.. สร้างได้ด้วยปัญญา.." เราจึงน่าจะลองใช้ปัญญากันหน่อยไหมคะ คนบ้านเราใช้กำลัง ใช้ฝีปากทำงานกันมานาน ลองฝึกมาใช้สมองกับสองมือ สองเท้าพัฒนาสังคมกันบ้าง น่าจะดี... ค่ะ
Wednesday, March 31, 2010
Professor Kriengsak Chareonwongsak Gentleman
Friday, January 22, 2010
เจาะลึกถึงเบื้องหลังความสำเร็จของประเทศ
ความตื่นตาตื่นใจจากพิธีเปิด ndash; พิธีปิด การแข่งขันกีฬาโอลิมปิค ที่เพิ่งจบไปเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา มีความยิ่งใหญ่อลังการ ทั้งแสงสีประกอบการแสดง และการแสดงชุดต่าง ๆ ที่ แสดงให้เห็นถึงความสามารถของชาวจีนที่ได้รับฝึกฝนมาอย่างดี จนดูเหมือนเกินความสามารถของคนธรรมดาทั่วไปที่จะทำได้
หากเจาะลึกถึงเบื้องหลังความสำเร็จของประเทศเจ้าภาพอย่างจีนแล้ว เราจะยิ่งพบกับความน่าทึ่งในการเตรียมความพร้อมของคนในประเทศ ซึ่งไม่ใช่เพียงการเตรียมคนเพื่อกีฬาโอลิมปิคเท่านั้น แต่ได้สะท้อนถึงการพัฒนาคนตามศักยภาพ ความสามารถมาโดยตลอด เมื่อถึงเวลาต้องนำความสามารถเรื่องใดมาใช้ จึงรวบรวมคนเหล่านั้นมาพัฒนาฝึกฝน จนเกิดความชำนาญมากขึ้น และสอดคล้องกับความต้องการของประเทศในขณะนั้น
ผมเชื่อมั่นว่า คนไทยมีศักยภาพไม่แพ้ชาติใดในโลกเช่นกัน ทั้งนี้ต้องอาศัยการสนับสนุนอย่างจริงจังจากรัฐบาล โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนอันเป็นอนาคตของชาติ ยิ่งควรได้รับการส่งเสริมให้ค้นหาศักยภาพ ความสามารถของตนเอง พัฒนา ฝึกฝนจนเกิดเป็นทักษะ ความชำนาญ เป็นการเตรียมความพร้อมทรัพยากรมนุษย์ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาประเทศอย่างครบทุกด้าน
ส-ส่งเสริมค้นหาความถนัด รู้จักตนเองอย่างรอบด้าน รัฐอาจปรับปรุงระบบการศึกษาให้ส่งเสริมเด็กได้ค้นหาความชอบของตนผ่านกิจกรรม ที่หลากหลาย ทั้งในและนอกห้องเรียน เช่น การทำแบบทดสอบความสามารถ การเปิดโอกาสให้เด็กทำงานร่วมกัน เปิดเวทีกิจกรรมให้เด็กมีโอกาสปฏิสัมพันธ์และเรียนรู้ ทั้งเชิงวิชาการ และกิจกรรมอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ดนตรี ศิลปะ การแสดง กีฬา
ส-สนุกอย่างสร้างสรรค์ เปิดพื้นที่กิจกรรม ปลดปล่อย ศักยภาพเชิงบวก รัฐบาลอาจร่วมมือกับเอกชน หน่วยงานต่าง ๆ เปิดพื้นที่กิจกรรมใกล้บ้านเช่น สวนสาธารณะ สวนหย่อม ห้างสรรพสินค้า เพื่อให้เด็กสามารถรวมตัวกันทำกิจกรรมที่ชอบ ได้แสดงออกตามความถนัดและความสนใจ อีกทั้งมีสถานที่สำหรับฝึกฝนทักษะของตนเองให้มีความชำนาญมากยิ่งขึ้น
ส-สนับสนุนพัฒนาศักยภาพ ต่อเนื่องจริงจัง โดยการ เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่าง รัฐ โรงเรียน และเอกชน เพื่อส่งเสริมงบประมาณการจัดกิจกรรมที่สร้างสรรค์ จัดหาผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านฝึกอบรมในโปรแกรมต่าง ๆ เปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลองทำในภาคปฏิบัติจริงในช่วงเวลาว่างหรือปิดภาคเรียน เพื่อให้เด็กได้รับการฝึกฝนในด้านนั้น ๆ อย่างต่อเนื่องและจริงจัง
ผมเชื่อว่า หากเราเริ่มต้นเตรียมความพร้อมของคน โดยค้นหา และพัฒนาศักยภาพอย่างจริงจัง เป็นระบบแล้ว ความฝันที่ว่า ประเทศของเราจะเป็นผู้นำในด้านต่าง ๆ บนเวทีโลก ทั้งด้าน การพัฒนาทางเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การกีฬา ฯลฯ คงไม่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป
credit by www.kriengsak.com
Thursday, September 17, 2009
Kriengsak Chareonwongsak The general public including the business sector will lose
TAMC regulations mean only one thing to the average citizen or businessperson: higher taxes. The public and businesses will be used as scapegoats to shoulder the burden of more than 20% NBV NPLs. Actually, under present economic conditions, there is a higher likelihood of loss than gain on TAMC investments. Why? First, because financial institutions lack confidence in the management abilities of TAMC, they will likely transfer as many of their non-performing debts – especially those with a probability of incurring more than 40% NBV losses – to the TAMC. Secondly, because the TAMC is viewed as a public institution in the sense that it is under government jurisdiction, there would be little motivation for the TAMC to effectively administer its debts. As well, under such a system, the pressure of answering to creditors would decrease considerably, as government and professional managers will hold the debts. Third, decision making by the many sets of committees could be severely delayed by public lobbies, resulting in indecision and tardiness. Undoubtedly, much pressure will be put on the TAMC to ensure unilateral treatment in all cases, thus opening the door to inappropriate political intervention.
The government must give more thought to the details of its TAMC. It must garner input from those who stand to gain as well as those who stand to lose in order to prevent the good intentions behind the establishment of the TAMC from being mistakenly corrupted. Now is not the time to experiment with a system that may result in heavy burdens on the many for the benefit of the few. Inequality has never solved problems in society.
Executive Director, Institute of Future Studies for Development (IFD)
kriengsak@kriengsak.com, http://www.ifd.or.th
Thursday, October 2, 2008
แนวทาง คอนเซ็พ ความคิด ไอเดีย ของ ศาสตราจารย์ ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
แนวทาง คอนเซ็พ ความคิด ไอเดีย ของ ศาสตราจารย์ ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (Professor Kriengsak Chareonwongsak) หรือ รู้จักในนาม ดร.แดน แคนดู (Dr. Dan Can Do) ผู้สมัคร เลือกตั้ง ผู้ว่า กรุงเทพมหานคร หมายเลข 2
สร้างเมืองด้วยปัญญา กับ ดร.แดน
Monday, September 29, 2008
Professor Kriengsak Chareonwongsak graffi
ทางแก้ แนวทาง คอนเซ็พ ความคิด ไอเดีย ของ ศาสตราจารย์ ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (Professor Kriengsak Chareonwongsak) หรือ รู้จักในนาม ดร.แดน แคนดู (Dr. Dan Can Do) ผู้สมัคร เลือกตั้ง ผู้ว่า กรุงเทพมหานคร หมายเลข 2
Thursday, September 25, 2008
Professor Kriengsak Chareonwongsak interview
บทสัมภาษณ์ ของ รศ.ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์ ถึง ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (Professor Dr. Kriengsak Chareonwongsak)
Tuesday, September 23, 2008
Professor Kriengsak Chareonwongsak ความปลอดภัยในซอยเปลี่ยน ใน กทม
ศาสตราจารย์ ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (Professor Kriengsak Chareonwongsak) หรือ ดร.แดน แคน ดู (Dr.Dan Can Do)
กับแนวความคิด Concept สร้าง และ เสริม การแก้ปัญหา อีก หนึ่งทางคือ ซอยเปลี่ยวกับอันตรายของสังคมยุคปัจจุบัน
สร้างเมืองด้วยปัญญา กับ ดร.แดน
Thursday, September 18, 2008
Debate เกี่ยวกับปัญหารถ LPG
Debate เกี่ยวกับปัญหารถ LPG ทางแก้ แนวทาง คอนเซ็พ ความคิด ไอเดีย ของ ศาสตราจารย์ ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (Professor Kriengsak Chareonwongsak) หรือ รู้จักในนาม ดร.แดน แคนดู (Dr. Dan Can Do) ผู้สมัคร เลือกตั้ง ผู้ว่า กรุงเทพมหานคร หมายเลข 2
เสียงคนกรุงเทพ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักด์
เสียงคนกรุงเทพ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักด์ (Professor Kriengsak Chareonwongsak) ผู้สมัครผู้ว่า กทม. ดร.เกรียงศักดิ์ ลงผู้ว่า กทม. เสียงคนกรุงฯ ดร.แดน "นักทำงานเมือง" สร้างกรุงเทพด้วยปัญญา... อย่างไร? ผู้ว่า กทม. ผู้สมัครผู้ว่า กรุงเทพ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการกรุงเทพ กรุงเทพมหานคร ว่าที่ผู้ว่า นโยบาย ดร.แดน Dr Dan ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
Tuesday, November 6, 2007
ต้องคิดให้ลึกรอบด้าน "ค่าจ้างขั้นต่ำ
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 1 พฤษภาคม 2547
ค่าจ้างขั้นต่ำถือว่าเป็นรายได้ในระดับมาตรฐานของการดำรงชีพขั้นต่ำที่สุด (minimum standard of living) ที่มนุษย์คนหนึ่งพึงได้รับ หากได้รับค่าจ้างในระดับที่ต่ำไปกว่านี้ แรงงานผู้นั้นจะไม่สามารถดำรงชีพอยู่ได้
การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำแท้ที่จริงจึงมีวัตถุประสงค์ด้านมนุษยธรรมเป็นหลัก ทั้งนี้ แรงงานถือเป็นประชาชนกลุ่มใหญ่ของประเทศ การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำให้มีอัตราเพิ่มขึ้นโดยอีกนัยหนึ่งจึงเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน ซึ่งอาจจะเป็นวิธีการหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจจากการเพิ่มขึ้นของกำลังซื้อของประชาชน และยังเป็นวิธีการในการกระจายรายได้ให้กับคนยากจน รวมทั้งอาจทำให้ความเหลื่อมล้ำของรายได้ลดลง
หากพิจารณาด้วยแนวคิดทางทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ควรทำความเข้าใจ ดังนี้
ข้อดีของการมีค่าจ้างขั้นต่ำ ในกรณีที่การบังคับใช้ค่าจ้างขั้นต่ำมีประสิทธิภาพ จะทำให้แรงงานในระบบได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ทำให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและมีความมั่นคงในชีวิตมากขึ้น เนื่องจากค่าจ้างไม่ขึ้นลงตามกลไกตลาด นอกจากนี้ ค่าจ้างขั้นต่ำยังอาจช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างค่าจ้างระหว่างแรงงานหญิงและชาย และทำให้ครัวเรือนของแรงงานไร้ฝีมือมีรายได้เพียงพอ ส่งผลทำให้ความยากจนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ในทางกลับกันข้อเสียของการมีค่าจ้างขั้นต่ำ อาจทำให้นายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างตามความจำเป็นของลูกจ้างหรือตามผลิตภาพ(ฝีมือ)ของลูกจ้างแต่ละคน แต่ให้ค่าจ้างเป็นอัตราเดียวกันทั้งหมด คือตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ลูกจ้างที่มีฝีมือดีกับลูกจ้างที่มีฝีมือต่ำกว่าได้รับค่าจ้างในอัตราที่เท่ากัน ส่งผลทำให้ไม่เกิดการจูงใจให้แรงงานพัฒนาตนเอง
การเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำยังทำให้แรงงานไร้ฝีมือถูกผลักออกจากการจ้างงานในระบบจำนวนมากขึ้น และกลายเป็นแรงงานนอกระบบที่ไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน รวมทั้งยังทำให้ค่าจ้างนอกระบบต่ำลงด้วย เพราะแรงงานกลุ่มดังกล่าวที่ย้ายออกไปทำงานในภาคเศรษฐกิจนอกระบบ จะทำให้อุปทานของแรงงานนอกระบบเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอาจจะทำให้นายจ้างรับภาระต้นทุนค่าจ้างแรงงานที่สูงกว่ามูลค่าผลผลิตที่ได้จากแรงงาน ทำให้สูญเสียความสามารถในการแข่งขัน นายจ้างจึงอาจเปลี่ยนไปใช้เครื่องจักรแทนแรงงานหากคุ้มกว่าการจ่ายค่าจ้างแรงงาน ส่งผลให้ความต้องการจ้างแรงงานลดลง
ในกรณีที่มีการขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำบ่อยครั้ง อาจจะทำให้ธุรกิจไม่สามารถวางแผนต้นทุนการผลิตล่วงหน้าได้ เพราะค่าจ้างอาจจะสูงขึ้นขณะที่ราคาสินค้าไม่สามารถขึ้นได้ทันที นอกจากนี้ยังมีผลทำให้สินค้าส่งออกมีราคาสูงขึ้น และไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ การปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำบ่อยๆ ยังอาจจะทำให้แรงงานที่เป็นคนชอบพักผ่อน (prefer to rest) ไม่มีแรงจูงใจจะพัฒนาตนเองเพื่อที่จะหารายได้มากขึ้น
สำหรับประเทศไทยนั้น เนื่องจากตลาดการจ้างงานมีแรงงานไร้ฝีมือจำนวนมาก และในปัจจุบันตลาดแรงงานอยู่ในสภาพที่มีอุปทานแรงงานส่วนเกินอยู่แล้ว ดังนั้นหากมีการยกเลิกการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ น่าจะทำให้แรงงานไร้ฝีมือมีค่าจ้างลดต่ำลงทันที แต่แรงงานไร้ฝีมือจะมีงานทำมากขึ้น เนื่องจากค่าจ้างที่ลดต่ำลงจะจูงใจให้นายจ้างหันมาจ้างแรงงานไร้ฝีมือมากขึ้น
ทำให้เกิดการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติเข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น ส่วนราคาสินค้าจะต่ำลงและส่งออกสินค้าราคาถูกได้มากขึ้น แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือจะไม่ทำให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต เนื่องจากผู้ประกอบการไม่มีแรงจูงใจจะใช้เครื่องจักรแทนแรงงาน ขณะที่ผู้ที่ทำอาชีพอิสระและแรงงานที่มีรายได้สูงจะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
ประเด็นเกี่ยวกับค่าจ้างขั้นต่ำเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบในหลายด้านดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น ดังนั้นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ ไม่สามารถพิจารณาแต่เพียงประเด็นใดประเด็นหนึ่งได้ การเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำอาจหมายถึงความอยู่ดีกินดีของประชาชนบางส่วนและอาจหมายถึงการถูกปลดออกจากงานของประชาชนบางส่วนด้วยเหมือนกัน
การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในขณะที่ระดับฝีมือแรงงานไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างสอดคล้องกับค่าแรงที่เพิ่มขึ้น อาจกลายมาเป็นผลกระทบทางอ้อมต่อระดับราคาสินค้าที่อาจสูงขึ้นจากการมีต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น
ค่าแรงที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นเพียงการเพิ่มขึ้นของจำนวนเงิน แต่กำลังซื้อมิได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งยังส่งผลกระทบทำให้กำลังซื้อของคนในประเทศลดลงด้วย ซึ่งทำให้สวัสดิการสังคมในภาพรวมอาจไม่เพิ่มขึ้น ทั้งหมดนี้ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความเกี่ยวโยงและความสำคัญของค่าจ้างขั้นต่ำที่มีต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย การตัดสินใจเกี่ยวกับค่าจ้างขั้นต่ำจึงต้องคิดให้ลึกและรอบด้านอย่างแท้จริง
บทความ ของ ศาสตราจารย์ ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศักดิ์ (Profressor Kriengsak Chareonwongsak, Senior Fellow at Harvard University's Center of Business and Government and an Associate) credit by www.kriengsak.com
Friday, May 19, 2006
นโยบายการศึกษาของพรรคการเมืองในต่างประเทศ
จากการศึกษาและเปรียบเทียบนโยบายของพรรคการเมืองในต่างประเทศ พบข้อแตกต่างดังนี้
1. การกำหนดนโยบายการศึกษาของพรรคการเมืองในต่างประเทศ ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์มากที่สุด
2. ครูเป็นผู้ที่มีความสำคัญที่สุดในการให้การศึกษา พรรคการเมืองมีแนวทางที่แตกต่างกันในนโยบายครู ตั้งแต่นโยบายเข้มงวด เช่น ให้มีใบอนุญาติประกอบวิชาชีพ มีการประเมินผล จนไปถึงการให้รางวัลจูงใจ ให้ทุนการศึกษา และเพิ่มเงินค่าตอบแทนให้
3. เพิ่มบทบาทในการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและครอบครัว ให้เสรีในการเลือกโรงเรียนและเสนอให้ผู้ปกครองออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการศึกษาของลูก
4. ในประเทศต่าง ๆ ที่มีการจัดการศึกษาแบบให้เปล่าในระดับประถมและมัธยมนั้น ยังได้ย้ำถึงการจัดการศึกษาให้แก่ผู้มีความบกพร่องและด้อยโอกาสในสังคมเอาไว้ด้วย
5. แม้ว่าในหลายประเทศได้มีการกระจายอำนาจและหน้าที่ในการจัดการศึกษาภาคบังคับ(ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา) ไปให้แก่หน่วยงานท้องถิ่นแล้วก็ตาม แต่รัฐบาลกลางก็ยังมีส่วนสำคัญในการกำหนดแนวนโยบายในเรื่องที่เกี่ยวกับมาตรฐานการศึกษา
6. พรรคการเมืองมีบทบาทในนโยบายระดับอุดมศึกษา โดยการจัดงบประมาณในรูปแบบของเงินทุน เงินอุดหนุนให้แก่สถาบันและผู้เรียน และยังสามารถลดหย่อนภาษีส่วนบุคคลแลการะองค์กร
7. ในเรื่องของบริหารจัดการ พรรคการเมืองอาจจะให้การสนับสนุนโดยประกาศหรือกำหนดนโยบายให้สถาบันการศึกษามีเสีภาพในการปกครองตนเองได้
8. นโยบายการจัดการศึกษาสายวิชาชีพหรืออาชีวศึกษา มีความสำคัญไม่แพ้ระดับอุดมศึกษา รวมทั้งการฝึกอบรมระหว่างการประกอบวิชาชีพ เพื่อยกระดับและมาตรฐานฝีมือแรงงาน พรรคการเมืองจะมีบทบาทในการกำหนดนโยบายแนวทางที่มีความสัมพันธ์กับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ และสามารถกำหนดแนวทางให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยการจัดสรรเงินทุนช่วยเหลือ
9. พรรคการเมืองสามารถกำหนด หรือวางแนวทาง หรือวางโครงการพิเศษต่าง ๆในเรื่องการศึกษา ไม่ว่าเพื่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น หรือเพื่อวางแนวทางให้มีการจัดการที่ดีขึ้น
10. บางครั้งนโยบายเรื่องใดเรื่องหนึ่งอาจไม่ถูกใจคนทุกคนเสมอไป เพราะมีทั้งผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ และผู้ที่เสียประโยชน์จากนโยบายนั้น ซึ่งพรรคการเมืองจึงต้องมีจุดยึและยืนยันในหลักการ เพื่อการพัฒนามาตรฐานของครูและสถานศึกษาให้สูงขึ้น
Tuesday, November 22, 2005
“ไม่ได้ทำ หรือ ทำไม่เสร็จ”
ผ่านการยอมจัดสรรเวลาส่วนหนึ่ง เพื่อใช้วางแผนการทำงานในเวลาที่มีอยู่อย่างรอบคอบรัดกุม คือ
ทำงานเสร็จเพียงบางชิ้น แต่หลายชิ้น “ไม่ได้ทำ หรือ ทำไม่เสร็จ”
ทำงานได้มาตรฐานเพียงบางชิ้น แต่หลายชิ้น “ตกจากมาตรฐาน” สร้างชื่อเสียให้องค์กร
ทำงานได้คุณภาพเพียงบางชิ้น แต่หลายชิ้น “มีข้อผิดพลาด ช่องโหว่ ตกหล่น” ลูกค้าไม่ประทับใจ อาจบอกเลิกสัญญา หรือออเดอร์สั่งซื้อสินค้า
ฯลฯ
Friday, December 27, 2002
- Impressive services from the flight attendants to the ground staff, can affect the passenger’s decision to use one airline over another, even if the cost is a little higher. A significant factor in having impressive service is of course staff training. Service with a smile, being hospitable to every group of passengers, can attract tourists to revisit Thailand. In 2000, 47.72% of Thailand’s total tourists re-used the airline they had used on their first trip rather than using another airline they had never used before.
- Seasonal flight schedules can be implemented and adjusted according to climates in each country. Such a move would facilitate activities without wasted time or unnecessary waiting periods and delayed appointments. Business people prefer to manage their time effectively, because it is capital in their business. Consequently, airlines should adapt schedules to fit in with the seasons
- Because of their long-haul journey, tourists feel fatigued and prefer to reach their accommodation without unnecessary time wasting. Good cooperation and planning between flight attendants and ground staff to give passengers a baggage claim service within 10 minutes of their arrival should be considered. This is a good opportunity to build up an airline’s reputation so that other people will use that airline’s services in the future.
These are just a few examples of aviation policies that should be implemented to support tourism.
Initiating rules that enhance free competition in aviation markets, and issuing laws to prevent monopoly are also recommended. Aviation policies need to support the country’s other economic activities as well such as air transportation in the import and export sectors.
Professor Dr Kriengsak Chareonwongsak
Executive Director, Institute of Future Studies for Development (IFD)
kriengsak@kriengsak.com, http://www.ifd.or.th
Thursday, December 19, 2002
Kriengsak Chareonwongsak the expansion of tourism
The first recommendation involves the granting of more aviation rights to the main scenic attractions for tourist groups from around the world. So far as policies on aviation rights is concerned, the State should provide more than the 30% currently allowed. Thailand should focus its tourist efforts on the main tourist target group as well as other newer tourist sectors, such as the middle class and those with high purchasing power. China, for example, has about 300 million middle class people. More aviation routes can be opened up to major Chinese cities to facilitate transport to Thailand. The Chinese have high purchasing power and prefer traveling in Asian regions. Thailand has good relations with China and with co-operation it is possible to welcome more Chinese tourists to the country.
New aviation routes need to be opened up as direct routes save time and costs, thereby enabling airline businesses to meet the cost of each flight. The State should be encouraged to establish a tourism office in different countries and to disseminate advertisements to specific tourist groups so that the number of tourists are sufficient to fill each flight thereby earning the airlines ample income.
Secondly, an airfare price differentiation rate should be set for different consumer groups travelling to the same destination, since each group has different purchasing power. For instance, price discrimination for a flight from Bangkok to Chiang Mai can be made according to different groupings, such as children, students, the handicapped, disadvantaged, farmers, company staff, civil servants, business people, and politicians.
Price discrimination will increase the choices for service users while at the same time it provides airlines with another means of income growth not airfare price hikes only. Price adjusting and increases can detrimentally affect a passenger’s decision to fly. Moreover, price discrimination helps distribute the burdens of those with a low ability to pay to those with a higher ability to pay.
Besides price discrimination, prices can also be set in terms of purchasing practices, such as if purchasing two adult tickets, a free ticket will be given for a child, or if ten tickets have been purchased, one free ticket can be provided. Various forms of positive price discrimination can increase the demand on an airline’s service. Such a system can also attract Thais to use more air transportation.
Monday, November 11, 2002
Kriengsak Chareonwongsak A government plan to unify co-ordination
Tourism can naturally and sufficiently distribute income to rural regions if more tourist attractions are opened in every province. A swift outcome can be achieved if the quality of tourist attractions is upgraded by encouraging private participation.
Thailand’s tourism industry is capable of bringing in foreign currency because of the country’s beauty, nature, tourist attractions, diversity of cuisine, and tropical fruits. Thailand incorporates a unique culture where the national demeanor is one of hospitality and friendship towards foreigners. Furthermore, Thailand is situated in a safe location, free from domestic turmoil and away from foreign wars. There is simple, effective transportation and adequate accommodation. Thus, tourism is a potentially good component for the country’s economic development.
If a goal is set to welcome 15 million foreign tourists this year (2002), it can bring a 15.71% increase in the inflow of foreign currencies for GDP. This will provide encouragement not only for the intermediate future but also for the economy’s recovery and growth.
A government plan to unify co-ordination between agencies to support the growth of tourism is essential. Both public and private sectors as well as educational institutes need to cooperate and be supportive of a tourism drive. These cover both direct tourism policies, such as policies to improve and open new tourist attractions, to enhance tourist’s safety, and indirect policies, such as commercial aviation policies, and staff training in management skills.
If we look at the relationship between commercial aviation and tourism, we can see that both Thai and foreign tourists can be facilitated by commercial aviation. Last year (2001), the proportion of all international tourist arrivals who traveled via air rose to 84.3%. In 1999, the number of Thai and foreign tourists who traveled by air to the 17 main tourist attractions in the Kingdom were 8% and 26% respectively. Therefore, commercial aviation can genuinely facilitate tourists inside the country.
Executive Director, Institute of Future Studies for Development (IFD)
kriengsak@kriengsak.com, http://www.ifd.or.th

